ขายแรงในเกาหลี ความหวังที่อยากลืมตาอ้าปาก
ขายแรงในเกาหลี ความหวังที่อยากลืมตาอ้าปาก
เช้าตรู่ วันจันทร์แรกของการเริ่มงาน โมทย์ หรือในชื่อจริงว่าสมโภช นามสกุลทั้งนั้นละ ขยับตัวลุกจากที่นอน ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเริ่มต้นทำงานในโรงงานรีไซเคิลโฟมแห่งหนึ่ง ณ ประเทศ เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่เขาทำงานนำเศษ โฟมที่ใช้แล้วไปเข้าเครื่องอัดแปรรูป
ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 16 แล้วที่โมทย์จากอุดรฯ บ้านเกิด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำงานตามความฝันจึงดั้นด้นออกจากบ้านมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างแดน ด้วยวัยเพียง 18 ปี จนย่างเข้าอายุ 34 ปีแล้ว
ชีวิตผมหลังจากจบ ม.6 แล้ว ก็ขอพ่อไปทำงานเมืองนอก ผมผ่านมาแล้ว 5 ประเทศ ทั้งฮ่องกง บรูไน อิสราเอล เกาหลีใต้ และไต้หวัน ก็มีที่เกาหลีใต้นี่ล่ะ ที่รู้สึกว่าทำงานแล้วพอจะเก็บเงินได้บ้าง อาจจะเป็นเพราะเราอายุมากขึ้น ทุกวันนี้ยอมรับ ว่าเหนื่อย เพราะต้องทำงานแทบไม่มีวันหยุด นายจ้างจะบังคับให้ทำโอทีทุกวัน แต่ก็ต้องอดทนถ้าอยากจะทำงานที่ต่างประเทศ
โมทย์บอกว่า งานที่เกาหลีนายจ้างค่อนข้างจะเคร่งครัด แม้แต่โอที ถ้าไม่ทำก็จะถูกด่า เพราะนายจ้างก็อยากให้ลูกจ้างทำงานเต็มที่ แต่หลาย ๆ ครั้ง แม้แต่ตอนกินข้าว ยังต้องทำงานไปด้วย โดยเฉพาะการเข้างานช่วงกลางคืนจะไม่มี คนเปลี่ยนผลัด นอกจากนี้บางทีนายจ้างก็ไม่ให้เกียรติเรา ใช้งานไม่ต่างจากแรงงานต่างด้าวในไทย แต่ไม่ว่าจะลำบากเพียงใด ผมก็ทนได้
มาทำงานเมืองนอกเป็นความภูมิใจของผม สามารถเก็บเงินก้อน ทั้งที่เรียนมาไม่สูง แต่หาเงินได้หลายหมื่น ขณะที่ถ้ามาอยู่ในเมืองไทยทำงานหนักแทบตาย จบปริญญาตรียังได้ไม่ถึงหมื่น เลย ส่วนใหญ่คนไทยที่ทำงาน ในเกาหลี มีรายได้ตามค่าแรงขั้นต่ำเดือนละ 890,000 วอน คิดเป็น เงินไทย ประมาณเดือน ละ 30,000 บาท ถ้ารวมกับเงินโอทีตกเดือนละ 40,000 บาท ก็เหลือพอส่งกลับบ้านเกิด อยู่ที่นี่คาถาเดียวที่ท่อง คือ คำว่า อดทน แม้จะคิดถึงบ้าน แต่ก็กลับไม่ได้ เพราะต้องเก็บเงิน โมทย์เผยความในใจ
นอกจากนี้ การมาทำงานที่เกาหลีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องผ่านการสอบคัดเลือกทั้งภาษา และการสัมภาษณ์ ขึ้นทะเบียนไว้เพื่อรอให้นายจ้างเรียกตัว ภายในระยะเวลา 2 ปี หากเกินจากนี้ก็ต้องสอบใหม่ ดังนั้นการที่มีโอกาสได้รับเลือกให้มาทำงานที่นี่ต้องถือว่าโชคดีกว่าคนอื่นอีกนับแสนที่รอการเรียกตัว
แต่ดูเหมือนว่าการทำงานที่นี่จะส่งผลต่อสุขภาพไม่ใช่น้อย เพราะงานของผมเกี่ยวข้องกับสารพิษทุกวัน ลองคิดดูว่าการนำเศษโฟมที่ใช้แล้ว ไปหลอมละลายเพื่อแปรรูปเป็นเม็ดโฟมส่งขาย มันต้องเจอกลิ่นโฟมเผาไหม้จำนวนมาก โดยที่เราดมอยู่ทุกวัน ทำให้ ตอนนี้มีอาการเจ็บหน้าอกได้หลาย เดือนแล้ว ก็กลัวว่าจะเป็นอะไร แต่ตั้งใจว่าทำงานไปอีกสัก 5 ปี ก็จะพักเพื่อจะนำเงินก้อนที่เก็บได้ไปลงทุนซื้อที่ทำนาในเมืองไทย
เรื่องราวของโมทย์ ดูเหมือนว่าจะเป็นทางเลือกเดียวในการหาเลี้ยงชีพที่มั่นคงของคนอีสานในเวลานี้ไปแล้ว.
"จ๊อบแมน"
job_man28@yahoo.co.th
ภาพ/ข่าว นสพ.เดลินิวส์
ข้อมูลเดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th
โดยคุณ : เดลินิวส์ -
[ 26 เม.ย. 2008 , 11:39:06 น. ]
|