3 กลุ่มการเมืองเปิดศึกแย่งที่นั่ง ทม.หนองสำโรง-ล้วนหน้าเก่าๆ
3 กลุ่มการเมืองเปิดศึกแย่งที่นั่ง ทม.หนองสำโรง-ล้วนหน้าเก่าๆ
ในระยะนี้การเมืองท้องถิ่นที่จังหวัดอุดรธานี ค่อนข้างจะมีการเลือกตั้งติดๆ กัน จนทำให้หาบุคคลที่จะมาเป็นเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งยากเหลือเกิน ในบางท้องที่เห็นว่ามีทั้งการขอร้องแกมบังคับให้ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายมาทำหน้าที่ กกต.ท้องถิ่นกันเลย
การเลือกตั้งของท้องถิ่นเมืองอุดรธานีเท่าที่รวบรวมข้อมูลได้เอาเฉพาะในช่วงนี้นั้น เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2551 เลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลนครอุดรธานี ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2551 จะเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี ต่อจากนั้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ก็จะเป็นการเลือกตั้งเทศบาลหนองสำโรง อ.เมืองอุดรธานี วิ่งเป็นการเลือกตั้งเทศบาลเมืองใหม่ เป็นเทศบาลเมืองขนาดใหญ่ และที่สำคัญการเลือกตั้งคราวนี้ ก็ล้วนแต่เป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีที่เป็นอดีตนายกเทศมนตรีของเทศบาลแห่งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
การเลือกตั้งเทศบาลเมืองหนองสำโรงครั้งนี้ มี ตำแหน่ง 1 นายกเทศมนตรี 18 ที่นั่ง สมาชิกสภาเทศบาล ให้กับ 3 กลุ่มการเมือง และ 6 ผู้สมัครอิสระทำการแย่งชิงกันรวมทั้งสิ้น 63 คน โดยแบ่งออก เป็นผู้สมัครสังกัดกลุ่มการเมือง ตำแหน่งนายกเทศมนตรี 3 คน 3 กลุ่ม 1 ผู้สมัครอิสระ และผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล จำนวน 59 คน เป็นผู้สมัครกลุ่มการเมือง 54 คน ผู้สมัครอิสระ 5 คน
ผลปรากฏว่าหลังจากที่ตกลงจับสลากกันแล้วนั้น นายวรพล ชาตินันท์ กลุ่มพลังชุมชน ได้หมายเลขประจำตัวหมายเลข 1 สมาชิกทุกเขตก็จะได้หมายเลขประจำตัวเรียงตามลำดับ คือ หมายเลข 1-6, หมายเลข 2 นายเสกสรร พนาวัฒนวงศ์ กลุ่มชุมชนร่วมพัฒนา สมาชิกได้หมายเลข 7-12,และ หมายเลข 3 นายไวพจน์ มีมา กลุ่มหนองสำโรงพัฒนา สมาชิกได้หมายเลข 13-18 และมีผู้สมัครอิสระจำนวน 5 คน ก็จะได้หมายเลขตามลำดับกันไป และผู้สมัครอิสระชื่อ จ.ส.อ.บุญเยื้อน มุมอภัย อายุ 65 ปี ข้าราชการทหารนอกราชการ
มาดูกันว่าใครเป็นใครที่จะทำให้ประชาชนใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียง หรือให้การมอบอำนาจ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองหนองสำโรงคนแรก และเป็นตัวแทนเข้ามานั่งทำงานบริหารเทศบาลต่อไปอีก 4 ปี กลุ่มแรกคือกลุ่มพลังชุมชนที่มี นายวรพล ชาตินันท์ เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งใช้สัญลักษณ์กลุ่มที่มีส่วนคล้ายกับพรรคพลังประชาชน สำหรับนายวรพล เป็นอดีตนายกเทศมนตรี ก่อนที่จะถูกกลุ่มของนายเสกสรรแย่งตำแหน่งด้วยการเลือกตั้งมาครอง หลังจากนั้นก็หายเงียบไปเป็นเวลานาน และไปเป็นที่ปรึกษาของนายเฉลิมพล สนิทวงศ์ชัย นายก อบจ.อุดรธานี ได้หวนกลับมาตั้งกลุ่มใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อหวังที่จะทวงตำแหน่งนายกเทศมนตรีคืนมาจาก นายเสกสรร มีทีมงานรองนายกเทศมนตรี คือ นายวัชรพงษ์ เทียนขาว อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองสำโรงคนแรก เมื่อสมัยที่ยังใช้ชื่อเทศบาลตำบลโพธิ์สว่าง เมื่อครั้งที่ยังเป็นเทศบาลโพธิ์สว่าง และมีสมาชิกทั้ง 3 เขต ทั้งคนเก่าและคนใหม่ผสมผสานกันไปคือ
เขต 1 มี ด.ต.อัมพร สุวรรณกลาง นายประเสริฐ ใจปานแก่น นายทศพล คำภักดี นางจันทร์เพ็ญ อุทัยพรหม นางประกายทิพย์ ข้อยคล้อย และ จ.ส.ต.กาลบุตร
เขต 2 นายทองนาค คำทะริ อดีตรองประธานสภา จ.ส.อ.ปกรณ์ สร้อยสังวาลย์ นายหนูแดง ศรีนอก นางชุติกาญจน์ วงษ์นวรัตน์ นายสวัสดิ เกษารันต์ และ นายประนม ใจญาณ
เขต 3 นายสุวัฒน์ พรชัย นายไพบูลย์ เสนาเจริญ นายคง โคตรแฮ นายทองพูล รัตนแสง นางสุนิศา มุขะกัง นายคำสอน ภูเวียงแก้ว
หลายฝ่ายมองไปถึงการเมืองระดับจังหวัด เพราะเนื่องจากโลโก้ของกลุ่มพลังชุมชน มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับเครื่องของพรรคการเมืองใหญ่มาก และจากการที่นายวรพลไปเป็นที่ปรึกษาของนายเฉลิมพล ทำให้หลายฝ่ายในจังหวัดอุดรธานี มองว่ากลุ่มของนายวรพล น่าที่จะได้รับการสนับสนุนของกลุ่มการเมืองในระดับจังหวัด เพราะจากคำพูดของแกนนำพรรคพลังประชาชน บอกว่าทางพรรคให้การสนับสนุนการเมืองระดับท้องถิ่น
กลุ่มชุมชนร่วมพัฒนา ของนายเสกสรร พนาวัฒนวงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีอีกคนหนึ่ง ที่ได้ตำแหน่งนี้มาจากการกำชัยชนะเหนือ นายวรพล เมื่อ 4 ปีที่แล้วมา ในการลงสมัครในคราวนี้ รู้สึกว่า นายเสกสรร น่าจะเป็นเป้าหมายที่จะถูกโจมตีจากทั้ง 2 กลุ่ม คือกลุ่มพลังชุมชน ของนายวรพล และกลุ่มนายไวพจน์ ที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มของนายเสกสรร ทั้งๆ ที่ในช่วงที่อยู่กับกลุ่มของนายเสกสรร ก็ได้รับรางวัลให้เป็นประธานสภา แต่ในช่วงหลังๆ ทั้งนายไวพจน์ และนายเสกสรรเกิดการขัดแย้งกันด้วยปัญหาการบริหารงานในเทศบาลหนองสำโรง
เขต 1 นางวันเพ็ญ ชินพา นายกัน อินทร์เรืองศรี นายสมบูรณ์ นุ้ยห้วยแก้ว นางอารีย์ พิเนตรเสถียร นางบุญถม แข้งโตนด นายชาญชัย พิลาแก้ว
เขต 2 นางแสงจันทร์ ช่างปรุง นางเฉลี่ยว จิตตโคตรร นางสมถวิล บุญยสัมพันธ์ นางรพเพย พลทมิต นายมนัส นิลโชติ นายมานพ จิตตโคตรร
เขต 3 นายปรีชา ไชยเชียงพิณ นายสมพงษ์ ศรีพิลา นางวัฒนธรรม ตะภา นายอำคา พาแสง น.ส.ประจัน ตะลุวัน นายสงกรานต์ บุญเติม
กลุ่มหนองสำโรงพัฒนา มีนายไวพจน์ มีมา อดีตประธานสภาเทศบาลหนองสำโรง ที่เคยอยู่ในกลุ่มของ นายเสกสรร เป็นนายกเทศมนตรี แต่มาคราวนี้ได้แยกตัวมาตั้งกลุ่มใหม่ จึงเป็นกลุ่มการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกจับตามองว่าจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นไปถึงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองสำโรงได้หรือไม่ สำหรับกลุ่มหนองสำโรงพัฒนานี้ หลังจากที่นายไวพจน์ ได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มของนายเสกสรรแล้ว ก็รวบรวมเอาบรรดาสมาชิกสภาฯ ที่มีความเห็นพ้องกับนายไวพจน์มาอยู่รวมกันได้หลายคน นอกจากนี้แล้วก็ยังรวบรวมเอาคนที่อยู่ในพื้นที่อีกจำนวนหนึ่งมาอยู่ในกลุ่ม
เขต 1 นายธนศักดิ์ ธรเสนา นายวัฒนา สุทธิพงษ์ นายทองสุข ศรีไทย นางทิพย์วัลย์ แสงจันทร์ นางวิชุดา วีระบุรุษ นายประดิษฐ์ ศรีบุญพิมพ์สร้อย
เขต 2 นายประชน จันดาเบ้า นายสมัย คุณานันท์ นางพีรพรรณ พันธดารักษ์ นายสะไกร มีนม นายวัน ท่าสีดา นางกมลรัตน์ ศรมณี
เขต 3 นายสายันต์ ขวาโยธา นายไพจิตร กอนคอน นางสุดสวาท แฮดจ่าง นางฉวีวรรณ แสงเลิศ นายสิทธิพร ศรีมันตะ ว่า ร.ต.อนุสรณ์ สีดาหลง
ผู้สมัครอิสระ เขต 1 จ.ส.อ.ยุทธนา กาลบุตร เขต 2 นายนพเกล้า ภูบัวใบ เขต 3 นายสมบัติ ทองศูนย์ นายสมชาย อินทรยินดี และ นายเฉลิม เกตุโท
สำหรับผู้สมัครที่ไม่ได้สังกัดกลุ่มการเมืองใดๆ นั้น ในปัจจุบันนี้ชาวบ้าน ไม่ค่อยให้การสนใจเท่าที่ควร ด้วยปัจจัยหลายๆ ด้าน ดังนั้น หากว่าผู้สมัครอิสระจะสามารถฝ่าฟันก้าวขึ้นได้นั้น จะต้องมีความพร้อมในทุกด้าน คือ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน พร้อมกับจะต้องมีปัจจัยของความพร้อมในอีกหลายด้านเป็นตัวประกอบด้วย
การวิเคราะห์ว่ากลุ่มการเมืองใดที่จะสามารถมาครองที่นั่งในสภาเทศบาลเมืองหนองสำโรง และใครที่จะมาเป็นนายกเทศมนตรีนั้น หากว่าทำการพิจารณาจากตัวคนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแล้ว ประชาชนในท้องที่ทุกวันนี้ค่อนข้างที่จะถือเอาเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาว่ากลุ่มไหน จะได้รับเลือกตั้ง อีกส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากว่ากระแสความนิยมจากพรรคการเมืองใหญ่ก็เป็น ปัจจัยการพิจารณาที่สำคัญมากด้วย จนเกิดคำกล่าวที่ว่า "การเลือกตั้งเมื่อคราวที่แล้ว เสาไฟฟ้า และหลักรั้ว ก็ยังได้รับการเลือกตั้ง
ที่สำคัญสำหรับสนามการเลือกตั้งของ เทศบาลเมืองหนองสำโรง เป็นสนามที่เป็นสนามการต่อสู้ของคนที่เคยเป็นนายกเทศมนตรีของเทศบาลแห่งนี้มาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นข่วงนี้จึงเป็นเวลาที่ทุกกลุ่มต่างก็ช่วงชิงพื้นที่กันเพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลายฝ่ายกลับมองเลยไปถึงผู้ที่ทำหน้าที่การเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่าน่าที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องทำตัวเป็นคนที่หูตากว้างไกล มีการลงพื้นที่ให้มากเพื่อให้ได้รับฟังข้อมูลต่างๆจากในพื้นที่ เพราะเสียงวิจารณ์จากในพื้นที่น่าจะถือว่าดีกว่าให้เจ้าหน้าที่รายงานแต่เพียงฝ่ายเดียว
สำหรับเทศบาลเมืองหนองสำโรง ได้รับยกฐานะจากเทศบาลตำบล มาเป็นเทศบาลเมืองเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 มีเขตการปกครอง 24.85 ตารางกิโลเมตร พื้นที่การปกครองส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ที่ตั้งค่ายทหาร ร.13 และ ร.13 พัน 3 ชื่อค่ายหนองสำโรง ปัจจุบันมี 20 ชุมชน มีประชากร จำนวน 24,942 คน เป็นชาย 12,406 คน หญิง 12,527 คน ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 19,080 คน ชาย 9,311 คน หญิง 9,769 คน
ภาพ/ข่าว นสพ.บ้านเมือง
ข้อมูลโดย บ้านเมือง http://www.banmuang.co.th โดยคุณ : บ้านเมือง -
[ 5 พ.ค. 2008 , 09:40:51 น. ]
|